เครื่องฟอกอากาศในห้องเรียน จำเป็นแค่ไหน?

การเลือกใช้ เครื่องฟอกอากาศโรงเรียน ที่เหมาะสม ไม่เพียงช่วยให้อากาศสะอาด แต่ยังส่งเสริมการเรียนรู้ สมาธิ และสุขภาพที่ดีในระยะยาว โดยเฉพาะในช่วงที่คุณภาพอากาศภายนอกย่ำแย่ เด็กๆ สมควรได้รับอากาศบริสุทธิ์ในห้องเรียนทุกวัน

  • ค่า CADR สูง เพื่อให้ฟอกอากาศได้เร็วและทั่วถึง
  • HEPA H13 แท้ สำหรับกรองฝุ่น PM2.5, แบคทีเรีย และไวรัส
  • เสียงเงียบ ไม่รบกวนสมาธิของนักเรียน
ซื้อเลยตอนนี้เพิ่มเพื่อน
เครื่องฟอกอากาศ Smart air ในห้องเรียน

SMART AIR

เครื่องฟอกอากาศ SQAIR

5.0

Sqair คือเครื่องฟอกอากาศดีไซน์มินิมอลที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับห้องเรียนหรือพื้นที่ภายในบ้านขนาดเล็ก มาพร้อมกับไส้กรอง HEPA แท้ที่สามารถดักจับฝุ่น PM2.5 ได้มากกว่า 99.95% รวมถึงเชื้อโรคและสารก่อภูมิแพ้อื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมพื้นที่ได้สูงสุด 40 ตารางเมตร และให้ค่า CADR สูงถึง 315 m³/h ด้วยการออกแบบที่เรียบง่าย มีเพียงปุ่มหมุนเดียวในการควบคุม ทำให้ใช้งานสะดวกแม้กับผู้สูงอายุหรือเด็ก ดีไซน์ขาตั้งไม้แท้ช่วยเพิ่มความอบอุ่นและกลมกลืนกับเฟอร์นิเจอร์ภายในห้องเรียน เป็นตัวเลือกที่ลงตัวสำหรับโรงเรียนอนุบาล โรงเรียนทางเลือก หรือห้องเรียนพิเศษที่ใส่ใจสุขภาพของเด็กๆ เป็นสำคัญ

พื้นที่ครอบคลุม

40

ตร.ม.

ค่า CADR

315

ลบ.ม./ชม.

อายุแผ่นกรอง

6

เดือน

เสียงดังสูงสุด

53

เดซิเบล

฿3,990

ซื้อเลยเพิ่มเพื่อน

SMART AIR

เครื่องฟอกอากาศ BLAST MINI

5.0

Blast MINI สามารถฟอกอากาศในพื้นที่ขนาดใหญ่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ครอบคลุมถึง 100 ตารางเมตรภายในเวลาเพียง 25 นาที ได้รับการรับรองให้ใช้งานในโรงพยาบาล จึงมั่นใจได้ในมาตรฐานความปลอดภัยและสุขอนามัย ออกแบบมาเพื่อรองรับพื้นที่ขนาดใหญ่ เช่น โรงเรียน โรงพยาบาล และสำนักงาน ที่สำคัญ Blast MINI เป็นหนึ่งในเครื่องฟอกอากาศที่เงียบที่สุดในตลาด แม้ตั้งค่าการทำงานไว้ที่ระดับสูงสุด เสียงก็แทบจะไม่รบกวนการใช้งานในชีวิตประจำวันเลย

พื้นที่ครอบคลุม

100

ตร.ม.

ค่า CADR

740

ลบ.ม./ชม.

อายุแผ่นกรอง

17

เดือน

เสียงดังสูงสุด

49

เดซิเบล

฿13,990

ซื้อเลยเพิ่มเพื่อน

SMART AIR

เครื่องฟอกอากาศ BLAST

5.0

The Blast ทําความสะอาดห้องได้ถึง 150 ตารางเมตรภายใน 25 นาที ได้รับการรับรองสำหรับใช้โรงพยาบาล ออกแบบมาสำหรับพื้นที่ขนาดใหญ่ ไม่ว่าจะเป็นโรงเรียน โรงพยาบาล และสำนักงาน นอกจากนี้ยังเป็นเครื่องฟอกอากาศที่เงียบที่สุดในตลาด แม้ในการตั้งค่าสูงสุด Blast ก็แทบจะไม่ได้ยิน

พื้นที่ครอบคลุม

150

ตร.ม.

ค่า CADR

950

ลบ.ม./ชม.

อายุแผ่นกรอง

24

เดือน

เสียงดังสูงสุด

43

เดซิเบล

฿19,990

ซื้อเลยเพิ่มเพื่อน

หายใจสะอาดในห้องเรียน

พร้อมส่ง! เครื่องฟอกอากาศสำหรับโรงเรียน ลดฝุ่น PM2.5 เชื้อโรค และสารก่อภูมิแพ้
เริ่มต้นเพียง 3,990 บาท

ซื้อเลยตอนนี้เพิ่มเพื่อน080 626 6140
a classroom full of air pullution

ฝุ่น PM2.5 ภัยเงียบในห้องเรียน

ในยุคที่ฝุ่น PM2.5 และเชื้อโรคในอากาศกลายเป็นภัยเงียบต่อสุขภาพของเด็ก “เครื่องฟอกอากาศในห้องเรียน” จึงไม่ใช่แค่ตัวเลือกอีกต่อไป แต่กลายเป็นสิ่งจำเป็นที่ทุกโรงเรียนควรมี โดยเฉพาะในประเทศไทยที่คุณภาพอากาศมักแย่ในช่วงปลายปีจนถึงต้นปี เด็กๆ ที่ใช้เวลาวันละ 6-8 ชั่วโมงในห้องเรียนจึงมีความเสี่ยงสูงต่อปัญหาทางเดินหายใจ ภูมิแพ้ และโรคอื่นๆ ที่เกิดจากฝุ่นละอองและเชื้อโรคในอากาศ

ทำไม “เครื่องฟอกอากาศในห้องเรียน” ถึงสำคัญกว่าที่คิด?

  • เด็กมีระบบภูมิคุ้มกันที่ยังไม่แข็งแรงเท่าผู้ใหญ่
  • ห้องเรียนที่ปิดสนิทมีการหมุนเวียนอากาศต่ำ ทำให้ฝุ่นสะสม
  • การเรียนการสอนแบบกลุ่มเพิ่มโอกาสในการแพร่กระจายของเชื้อโรค

การใช้ เครื่องฟอกอากาศโรงเรียน ที่มีประสิทธิภาพสามารถช่วยดักจับฝุ่น PM2.5, กรองเชื้อโรค และลดกลิ่นอับในห้องเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งในหลายประเทศเริ่มบังคับใช้เป็นมาตรฐานในสถานศึกษาทั่วไปแล้ว

an image that describe how important of having an air purifier in classroom
Sqair in a room

คุณสมบัติที่เครื่องฟอกอากาศในห้องเรียนควรมี

  • ค่า CADR สูง เพื่อให้ฟอกอากาศได้เร็วและทั่วถึง
  • HEPA H13 แท้ สำหรับกรองฝุ่น PM2.5, แบคทีเรีย และไวรัส
  • แผ่นกรองคาร์บอน สำหรับดูดซับกลิ่นไม่พึงประสงค์
  • เสียงเงียบ ไม่รบกวนสมาธิของนักเรียน
  • รองรับพื้นที่ตั้งแต่ 30-120 ตร.ม. ตามขนาดห้องเรียน

ติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในโรงเรียนอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด?

การติดตั้งเครื่องฟอกอากาศในห้องเรียนอย่างเหมาะสมควรวางในจุดที่อากาศสามารถหมุนเวียนได้ดี เช่น ใกล้พัดลมระบายอากาศหรือบริเวณกลางห้อง เพื่อให้การฟอกอากาศเป็นไปอย่างทั่วถึง หลีกเลี่ยงการวางชิดผนังหรือเฟอร์นิเจอร์มากเกินไป เพราะจะขัดขวางการไหลเวียนของอากาศ ควรหมั่นตรวจสอบสถานะของไส้กรองและเปลี่ยนตามรอบอายุการใช้งาน ซึ่งโดยทั่วไปแนะนำให้เปลี่ยนทุก 6–12 เดือน ทั้งนี้ หากใช้งานร่วมกับเครื่องวัดคุณภาพอากาศ จะช่วยให้สามารถประเมินประสิทธิภาพในการฟอกอากาศได้อย่างแม่นยำยิ่งขึ้น และวางแผนการดูแลรักษาได้ตรงจุดมากขึ้นอีกด้วย

Blast in a classroom

บทความที่เกี่ยวข้อง